BaanMall.com | ห้างในบ้าน

 ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ BaanMall.com | ห้างในบ้าน ของเราอย่างเป็นทางการ!
ดู: 975|ตอบกลับ: 1

โรคเบาหวานกับน้ำมันมะพร้าว

[คัดลอกลิงก์]

6

กระทู้

7

โพสต์

50

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
50
ปัจจุบันโรคเบาหวานเป็นโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์เป็นอันดับที่สาม รองจากโรคหัวใจ  และโรคมะเร็ง นอกจากจะเป็นโรคที่บั่นทอนสุขภาพของผู้ป่วยแล้ว  เบาหวานยังเป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมาก และเป็นสาเหตุของการตายของผู้ป่วยมากเสียกว่าตัวโรคเบาหวานเองเสียอีก ตามปกติ อาหารต้องห้ามผู้ป่วยเบาหวานคือ นํ้าตาล แป้ง และไขมัน เพราะมีผลต่อการเกิดนํ้าตาลในเลือด และเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคหัวใจ แต่จากผลการวิจัย และศึกษาทางการแพทย์ นํ้ามันมะพร้าวเป็นไขมันที่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะบริโภคได้ โดยไม่ต้องกังวล เพราะนอกจากมันจะไม่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานแล้ว มันยังช่วยปรับระดับนํ้าตาลในกระแสเลือด ช่วยสร้างอินซูลิน ฯลฯ ทำให้อาการของโรคดีขึ้น

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อน  ที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอหรือไม่ได้เลย อินซูลินมีหน้าที่พาน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย เพื่อเผาผลาญให้เกิดพลังงาน และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การขาดอินซูลินส่งผลทำให้น้ำตาลไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ จึงสะสมอยู่ในกระแสเลือด น้ำตาลส่วนหนึ่งจะถูกไตขับออกไปสู่ปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะหวานจนมดมากิน อันเป็นที่มาของชื่อโรคในภาษาไทยว่า "โรคเบาหวาน" แต่ในทางการแพทย์ เรียกโรคนี้ว่า "Diabetes Mellitus"

การมีน้ำตาลคั่งอยู่ในกระแสเลือดมาก ๆ  เป็นอันตรายต่่อหลอดเลือด ในขณะเดียวกัน เซลล์ก็ขาดอาหารและตายในที่สุด ผนังเซลล์และเยื่อบุหลอดเลือดของคนที่เป็นโรคเบาหวานมานานจะเสื่อมสภาพ ทำให้ระบบไหลเวียนของลือดถูกขัดขวาง ระบบประสาทที่เซลล์ตายไป ก็จะถูกทำลายและไม่ทำหน้าที่ ในทำนองเดียวกัน ระบบอื่น ๆ ที่เซลล์ตายเพราะขาดน้ำตาล ก็จะเสื่อมสลาย และไม่ทำหน้าที่เช่นกัน ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ  ของผู้ป่วยทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ในระยะยาว จะมีผลในการทำลายหลอดเลือด ทำให้เกิดวัสดุที่เรียกว่าผลากมาพอก จนเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ อัมพฤกษ์และอัมพาต นอกจากนั้น การที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ และเป็นสาเหตุของการตาย มากกว่าที่เกิดจากโรคเบาหวานโดยตรงเสียอีก

Tropicana น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 500 มล.

tropicana-vergin-coconut-oil-500ml.png





โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1.  ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินอย่างพอเพียง เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกาย ทำลายเซลล์ซึ่งสร้างอินซูลินในตับอ่อน ทำให้ร่างกายหยุดสร้างอินซูลิน ดังนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จึงจำเป็นต้องฉีดอินซูลิน เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดระยะยาว เกิดกับเด็กอายุน้อย ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากพันธุกรรม

2.  ชนิดที่ร่างกายสร้างอินซูลินได้ แต่เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ดังนั้น จึงต้องการอินซูลินเพิ่มมากขึ้น โรคเบาหวานชนิดนี้ เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหาร

อาการของโรคเบาหวาน

1.  ปัสสาวะมากขึ้น และบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากน้ำตาลที่ออกมาจากทางไต จะดึงเอาน้ำออกจากเลือดมาด้วย จึงทำให้มีปัสสาวะมากกว่าปกติ เมื่อถ่ายปัสสาวะมาก ก็ทำให้รู้สึกกระหายน้ำ ต้องคอยดื่มนํํ้าบ่อยๆ ในปริมาณที่มาก ๆ

2.  เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง และผอมลง เนื่องจากนํ้าตาลไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ เซลล์จึงขาดพลัง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย  เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถนำนํ้าตาลมาเผาผลาญเป็นพลังงาน จึงหันมาเผาผลาญกล้ามเนื้อและไขมันแทน ทำให้ร่างกายผ่ายผอม ไม่มีไขมัน กล้ามเนื้อฝ่อลีบ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง

3.  กินบ่อยและมากขึ้น เนื่องจากร่างกายขาดพลังงานผู้ป่วยจึงหิวเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องกินบ่อยขึ้นและมากขึ้น

4.  ติดเชื้อง่ายกว่าปกติ เมื่อเลือดมีน้ำตาลสูง การทำงานของเม็ดเลือดขาวจะถูกรบกวน ทำให้ภูมิต้านทานลดลง จึงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เช่น ติดเชื้อทางผิวหนัง กระเพาะอาหาร และช่องคลอด

5.  สายตาพร่ามองเห็นไม่ชัด การมีน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงประสาทตาเสื่อม ทำให้จอประสาทตาทำงานไม่ปกติ หรือตายเป็นหย่อม ๆ  เช่น เห็นภาพไม่ชัดเจน ตาพร่ามัว สายตาสั้น เป็นต่อกระจก ตาบอด

6.  หากเกิดแผลจะหายช้า การที่มีน้ำตาลในเลือดสูงนาน ๆ  ทำให้เส้นประสาทเสื่อม เกิดแผลที่เท้าได้ง่าย แต่หายช้า

7.  แขน-ขาชา ไม่มีความรู้สึก เนื่องจากเซลล์ระบบประสาทที่แขน ขา ไม่ได้น้ำตาลไปหล่อเลี้ยง เส้นประสาทจึงไม่ทำงานหรือตายไป โดยเฉพาะประสาทรับความรู้สึก ทำให้แขน ขาชา หรือเกิดบาดแผลได้ง่าย เพราะไม่เจ็บ

8.  หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เพราะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยะเพศเสื่อม ทำให้ขาดฮอร์โมนเพศ อวัยวะเพศ(ชาย)ไม่แข็งตัว และหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

PLEARN น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 500 มล.

plean-vergin-coconut-oil-500ml.jpg





สาเหตุของการเป็นโรคเบาหวานนั้นมากจากหลายสาเหตุ ดังนี้

1.  กรรมพันธุ์  เป็นความผิดปกติที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และเพิ่มอัตราเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2

2.  การปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม    เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นเพราะผู้ป่วยปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม

-  บริโภคอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น บริโภคน้ำตาลและแป้งมากเกินไป และขาดการออกกำลังกาย แต่ที่สำคัญ คือ การบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน โดยเฉพาะจากการนำน้ำมันไม่อิ่มตัวไปถูกกับอุณหภูมิสูง

-  ใช้ยาเกินความจำเป็น ยาบางอย่างก็เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานได้ เช่น ยาสเตอรอยด์ ยาขับปัสสาวะ ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาเสพติดบางชนิด

3.  สภาวะอื่น ๆ  เช่น อ้วนเกินไป นอกจากนั้นการตั้งครรภ์ และการมีลูกดก ก็เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานได้เช่นกัน

4.  เป็นโรคอื่น ๆ  โรคอื่นที่เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ได้แก่ โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง โรคมะเร็งของตับอ่อน โรคตับแข็งระยะสุดท้าย โรคคอพอกเป็นพิษ โรคต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ เนื้องอกของต่อมหมวกไต ฯลฯ
                                                
โรคเบาหวานยังก่อให้เกิดอาการของโรคอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น อัมพาต ไตวาย สูญเสียการได้ยิน และหัวใจวาย ปัจจัยที่ทำให้โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ  คือ ภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดสูง และ การที่เซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ขาดน้ำตาล ซึ่งจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนดังต่อไปนี้

1.  โรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว การที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ประกอบกับการที่เซลล์ของผนังหลอดเลือดเสื่อมสลายไปเพราะไม่ได้อาหารหล่อเลี้ยง มีผลต่อระบบไหลเวียนของเลือด และหลอดเลือดที่เซลล์ตายไป จะเกิดเป็นบาดแผล ที่กระตุ้นให้ลิ้มเลือดไปเกาะ จนเกิดเป็นก้อนเลือด และมีวัสดุประเภทผลากเข้าไปเสริม ผลากประกอบ ด้วยโปรตีน ไขมัน เยื่อใย คเลสเตอรอล รวมทั้งธาตุแคลเซี่ยม จึงทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว เพราะมีแคลเซียมไปฝังตัวอยู่ในผนังหลอดเลือด ทำให้ไม่มีความยืดหยุ่นเมื่อมีการสูบฉีดโลหิตขณะหายใจ  ก่อให้เกิดภาวะความดันเลือดสูง ทั้งภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวและความดันสูง นำไปสู่การเป็นโรคหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจวาย โรคอัมพาตและอัมพฤกษ์

2.  โรคมะเร็ง  คนที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งได้มากกว่าปกติ เพราะร่างกายอ่อนแอ ทำให้เซลล์มะเร็งที่แฝงตัวอยู่ก่อน ไม่ถูกเม็ดเลือดขาวทำลาย จึงขยายตัวจนก่อให้เกิดโรคมะเร็ง นอกจากนั้น คนที่เป็นโรคเบาหวานยังขาดภูมิคุ้มกัน ที่ช่วยทำลายเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

3.  โรคระบบประสาทถูกทำลาย การที่เซลล์ของระบบประสาทไม่ได้รับน้ำตาลและตายลง เป็นผลให้ระบบประสาทได้รับอันตราย อันส่งผลให้ส่วนปลายของอวัยวะ เช่น ปลายแขน ขา ชา เมื่อเกิดมีแผลผู้ป่วยก็จะไม่มีความรู้สึก และไม่ดูแลแผลดังกล่าว ประกอบกับเลือดผู้ป่วยมีน้ำตาลสูง จึงเป็นอาหารอย่างดีให้กับเชื้อโรค เมื่อร่างกายขาดภูมิคุ้มกัน เชื้อโรคก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเนื้อเยื่อมีเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่พอ จึงซ่อมแซมตัวเองได้ช้า ทำให้แผลขยายตัวและเน่าเปื่อย ลุกลามจนต้องตัดอวัยวะนั้นทิ้ง

4. โรคแทรกซ้อนทางตา เกิดจากการที่หลอดเลือดเล็ก ๆ ในจอประสาทตา   มีนํ้าตาลสูงทำให้หลอดเลือดตีบตันหรือฉีกขาด จนเกิดแขนงของหลอดเลือดใหม่มากมาย ไปบดบังแสงที่มากระทบจอประสาทตา ทำให้ตามัว มองอะไรไม่ค่อยเห็น จนในที่สุดตาบอด หรือบางครั้งตาอาจเป็นต้อกระจกประสาทตาหรือจอตาเสื่อม หรือเลือดออกในนํ้าวุ้นลูกตา

5. โรคแทรกซ้อนทางไต  เนื้อเยื่อบางส่วนของไตตายเพราะขาดอาหาร ถ้าเป็นมากจะเกิดภาวะไตวาย ไตมีอาการบวมและระยะท้าย ๆ  จะหดและซีด หมดสมรรถภาพในการทำหน้าที่ ทำให้ผู้ป่วยตาย

6.  โรคติดเชื้อ  เนื่องจากผู้ป่วยขาดภูมิคุ้มกัน จึงติดเชื้อได้ง่าย เช่น วัณโรค กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ ช่องคลอดอักเสบ ตกขาวและคันในช่องคลอด เป็นฝีพุพองบ่อย

7.  ภาวะคีโตซิส  เป็นภาวะที่มีปริมาณของสารคีโตนในเลือดสูง ซึ่งเป็นผลผลิตพลอยได้ของกระบวนการสลายไขมันให้เป็นพลังงานในตับ ส่งผลให้เป็นกรดไขมันและคีโตน โดยปกติ ร่างกายมีประสิทธิภาพในการสลายคีโตน แต่หากขาดเอ็นไซม์บางอย่าง หรือเอ็นไซม์ถูกทำลายไป จะเกิดสารคีโตนในร่างกายเพิ่มมากขึ้นในปริมาณสูง พบเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน ที่ขาดการฉีดอินซูลนนาน ๆ ร่างกายมีการคั่งของสารคีโตน ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน กระหายน้ำอย่างมาก หายใจหอบลึก และลมหายมีกลิ่นหอม มีไข้ กระวนกระวาย มีภาวะขาดน้ำรุนแรง ตาโบ๋ หนังเหี่ยว ความดันต่ำ ชีพจรเบาเร็ว อาจมีอาการปวดท้อง ท้องเดิน ผู้ป่วยจะซึมลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดสติ หากรักษาไม่ทันอาจตายได้

PLEARN น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 1000 มล.

plean-vergin-coconut-oil-1000ml.jpg




โพสต์ยอดนิยม

6

กระทู้

7

โพสต์

50

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
50
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-10-13 13:02:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันชนิดเดียวในโลก ที่สามารถแก้ปัญหาของโรคเบาหวานได้ โดยทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.  เป็นอาหารให้แก่เซลล์  อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์ แม้ว่ากระแสเลือดจะมีน้ำตาลมาก แต่หากขาดอินซูลิน เซลล์ก็ไม่ได้น้ำตาล

น้ำตาลกลูโคส และกรดไขมันขนาดยาว มีปัญหาเหมือนกันอยู่อันหนึ่ง นั่นคือไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีโมเลกุลขนาดใหญ่ จำต้องมีอินซูลินเป็นตัวพาเข้า แต่น้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันขนาดกลางที่มีขนาดเล็กกว่ามาก จึงเข้าไปในเซลล์ได้โดยไม่ต้องมีอินซูลินเป็นตัวพาเข้า  อีกทั้งน้ำมันมะพร้าว ยังสามารถใช้เป็นอาหารหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ ส่งผลให้เซลล์มีอาหารโดยไม่ต้องพึ่งอินซูลิน

เมื่อเข้าไปในเซลล์ได้แล้ว MCFAs จะรวมตัวกับคารนิทีนในเซลล์เพื่อนำกรดไขมันผ่านเยื่อบุสองชั้นของไมโตรคอนเดรีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเตาเผาเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดพลังงาน ดังนั้น เซลล์จึงมีอาหารอย่างพอเพียง ทำให้เนื่อเยื่อต่าง ๆ มีสุขภาพดี และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงเสื่อม

การที่เซลล์ไม่ได้รับอาหาร ทำให้ระบบประสาทถูกทำลาย ไม่มีความรู้สึกจนแขน ขา ชา แต่เซลล์สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาการแขน ขาชา จะกลับมามีความรู้สึกอีกได้หลังจากบริโภคน้ำมันมะพร้าวเพียงไม่กี่สัปดาห์ ดังนั้น น้ำมันมะพร้าว จึงเป็นยาวิเศษชนิดเดียวที่แก้โรคระบบประสาทถูกทำลายได้ โดยไม่มีอันตรายใด ๆ

ผลอันหนึ่งจากการเป็นโรคเบาหวานคือการขาดพลังงาน ทั้งนี้เพราะเซลล์ไม่ได้รับน้ำตาลอย่างเพียงพอ เมื่อปราศจากน้ำตาลที่จะให้พลังงานแก่กิจกรรมของเซลล์ เมตาบอลิสซึมก็ช้าลง เป็นผลให้ร่างกายเหนื่อยอ่อน เซื่องซึม แต่น้ำมันมะพร้าวช่วยให้เซลล์ได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ จึงทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานกลับมีพลังขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ควรใช้ในขณะที่ผู้ป่วยมีอาการคีโตซีส

2.  เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างและตอบสนองต่ออินซูลิน น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตับอ่อนในการสร้างอินซูลิน ทำให้ร่างกายมีอินซูลินย่างเพียงพอ(สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 1)  และเซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น   ทำให้ไม่ต้องใช้อินซูลินมากว่าปกติ       (สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2)  ทั้งนี้เพราะน้ำมันมะพร้าว ทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

2.1  ช่วยกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิสซึม  ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะถูกแนะนำให้ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้ เพราะการออกกำลังกายไปช่วยเพิ่มอัตราเมตาบอลิสซึมที่ส่งผลให้เพิ่มการผลิตอินซูลินและการดูดน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถกระตุ้นการทำงานของต่อมธัยรอยด์ จึงช่วยเพิ่มอัตราเมตาบอลิสซึม สงผลให้มีการเพิ่มการผลิตอินซูลิน และการดูดซึมน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันมะพร้าว จึงต้องช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องพึ่งสารอินซูลินในการรักษาโรคเบาหวานน้ำมันมะพร้าวจึงช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวาานทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ได้

นอกจากนี้  การเพิ่มอัตราเมตาบอลิสซึม ยังทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารได้มากขึ้น จึงช่วยลดน้ำหนักตัวของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ทำให้คนอ้วนผอมลง ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้อีกทางหนึ่ง

2.2  ช่วยให้ตับอ่อนกลับมาสร้างอินซูลินได้อีกครั้ง  เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวสามารถทดแทนอาหารของเซลล์ได้โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลิน ทำให้ความต้องการเอ็นไซม์ที่ใช้ในการผลิตอินซูลินในตับอ่อนลดลง จึงช่วยลดความเครียดให้แก่ตับอ่อนในขณะรับประทานอาหาร ซึ่งมีการผลิตอินซูลินิอย่างเต็มที่ ทำให้ตับอ่อนเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และกลับมาสร้างอินซูลินได้ดังเดิม

2.3  เพิ่มการสนองตอบต่ออินซูลิน ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน น้ำมันมะพร้าวจะช่วยแก้อาการนี้ได้ โดยการทำให้เซลล์เปิด "ประตู" ให้รับน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ให้มากขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นที่ตับอ่อนจะต้องสร้างอินซูลินมากเกินจำเป็น

3.  ช่วยปรับระดับของน้ำตาลในกระแสเลือด  มีการศึกษาพบว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดได้ ตามปกติหลังจากหลังรับประทานอาหาร ผู้ป่วยจะมีน้ำตาลในเลือดมาก ปริมาณน้ำตาลที่สูงนี้ สร้างปัญหาต่อสุขภาพ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ป่วยจึงต้องตรวจน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ หากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จำต้องฉีดอินซูลินเพื่อลดน้ำตาล การบริโภคน้ำมันมะพร้าวจะช่วยลดการนำน้ำตาลเข้าไปในกระแสเลือดได้ ผู้ป่วยบางคน สามารถควบคุมและลดปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยการเติมน้ำมันมะพร้าวในอาหาร การบริโภคน้ำมันมะพร้าว 2 - 3 ช้อนโต๊ะ จะช่วยลดระดับน้ำตาลได้ภายใน 30 นาที

4.  ช่วยใช้น้ำตาลอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยสร้างความทนทานต่อการมีน้ำตาลสูง  มีรายงานว่า น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลิน และปรับปรุงการเกาะติดของอินซูลินกับเซลล์ดีกว่าน้ำมันอื่น ๆ จึงทำให้เซลล์ใช้ประโยชน์ของน้ำตาลอย่างมีประสิทธิภาพ ในน้ำมันมะพร้าวเป็นตัวการสำคัญในการทำหน้าที่ดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยยังพบอีกว่า น้ำมันมะพร้าว ยังช่วยสร้างความทนทานต่อการมีน้ำตาลสูง

5.  ช่วยลดค่า Glycemic Index ของอาหาร  ซึ่งอาหารบางอย่างสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าอาหารอื่น ๆ  ค่า Glycemic Index(GI)  เป็นตัววัดผลของอาหารแต่ละอย่างต่อการเกิดน้ำตาลในเลือด ของหวานและอาหารพวกแป้ง มีค่า GI สูงผู้ป่วยจำเป็นต้องจำกัดปริมาณอาหารที่มีค่า GI สูง ๆ ที่จะบริโภค  แต่น้ำมันมะพร้าวไม่มีผลต่อค่าน้ำตาลในเลือด และมี GI ต่ำมาก ยิ่งไปกว่านั้น การเติมน้ำมันมะพร้าวลงไปในอาหารประเภทลูกกวาดและอาหารแป้ง มันสามารถทำให้ค่า GI ของอาหารเหล่านั้นต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การเติมน้ำมะพร้าวลงไปในอาหารที่คุณรับประทาน จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับของน้ำตาลในเลือดได้ดี

น้ำมันมะพร้าวนั้น แตกต่างจากน้ำมันอื่น ๆ ทั้งหมด ทั้งนี้เพราะมันช่วยปรับระดับของน้ำตาล ช่วยลดความอ้วน และป้องกันโรคหัวใจ ดังนั้น น้ำมันมะพร้าวจึงเป็นน้ำมันชนิดเดียวที่ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานควรบริโภค

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือแม้แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน จึงควรเลิกบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัวโดยสิ้นเชิง แล้วเปลี่ยนมาบริโภคน้ำมันมะพร้าวแทน      วิธีนี้เป็นการรักษาโรคเบาหวานวิธีที่ง่าย และสะดวกที่สุด                  


ขอขอบคุณ
ที่มา :  เอกสารวิชาการฉบับที่ 3/2552
น้ำมันมะพร้าวป้องกัน-รักษา โรคเบาหวานได้อย่างไร
โดย  ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา

*fastpost:ตอบกลับด่วน:
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

แลกลิงค์เพื่อนบ้าน|ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|ประวัติการแบน|
Powered by Discuz.in.th! © 2012-2013 ดิสคัสอินไทย
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเว็บดิสคัสอินไทย ชุมชนคนรักเว็บบอร์ดดิสคัสไทย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราในการพัฒนาเว็บบอร์ดดิสคัสไทยได้เลย.
ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้